เดือน: กุมภาพันธ์ 2020

ตำนาน ซาบี้ อลอนโซ่

ตำนาน ซาบี้ อลอนโซ่

นักเตะที่ถือว่าเป็นมันสมองของทีม และเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนของทีม เปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุก การจ่ายบอลที่แม่นยำและชาญฉลาด จนเรียกได้ว่าเป็นการจ่ายแบบ คิลเลอร์พาส ทั้งหมดนั้นมีอยู่ในนักเตะที่มีชื่อว่า ซาบี้ อลอนโซ่ สุดยอดแม่ทัพของทีมลิเวอร์พูล ทีมรีลมาดริด และบาเยริน์มิวนิค รวมถึงทีมชาติเสปน

ซาบี้ เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับ รีลโซเซียดัด ในวัยสิบแปดปี

ก่อนที่จะถูกยืมตัวไปเล่นที่เออิบาร์ ก่อนที่จะกลับมารับตำแหน่งกัปตันทีมของซาราโกซ่า และได้ย้ายไปเล่นที่ลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นการยกระดับในกองกลางของลิเวอร์พูลอย่างแท้จริง โดยเค้าใช้เวลาไม่นาน เค้าเริ่มฉายแววของตัวบงการเกมบัญชาเกมของหงส์แดงคู่กับ สตีเว่นเจอราดอย่างแท้จริง และพาทีมคว้าทริปเบิ้ลแชมป์ในยุคของราฟา เบนิเตซ ซึ่งสามแชมป์นั้นคือบอลถ้วยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ลีกคัพ เอฟเอคัพ และ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ซึ่งถึงว่าเป็นแมตช์แห่งความทรงจำของเค้าที่พลิกสถานการณ์จากโดนนำ สามต่อศูนย์

ก่อนที่จะพาทีมเสมอ และเอาชนะการยิงจุดโทษต่อเอซีมิลาน คว้าแชมป์ไปครองได้ ซึ่งแมตช์นั้น เค้าเป็นคนยิงไล่มาเป็น หนึ่งต่อสามด้วย ก่อนที่เค้าจำต้องโบกมือลาสโมสรย้ายไปอยู่ทีม รีลมาดริด ด้วยเหตุผลการเงินของลิเวอร์พูลในยุคนั้น และพาทีมคว้าแชมป์มากมายที่รีลมาดริด จากการทำหน้าที่เป็นมันสมองในการบงการเกมให้ราชันชุดขาว 

ก่อนที่เค้าจะย้ายมาอยู่ยอดทีมอย่าง บาเยิรน์ มิวนิค ในยุคของเป๊ป กวาดิโอล่า และเค้าก็ยังคงทำให้แฟนบอลเสือใต้ไม่ผิดหวัง บัญชาเกมและจ่ายบอลสวยๆ ประสานงานร่วมกับสองสุดยอดอย่างฟร้องริเบรี่ อาร์เยน ร็อบเบน พาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกา แชมป์เปี้ยนลีก และแชมป์เดเอฟเบ โบคาล

ถึงขนาดที่เป๊ป ออกมาพูดว่า เค้าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดของเค้า ซึ่งสโมสรบาเยริน์มิวนิค แห่งนี้เป็นสโมสรสุดท้ายของเค้า ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดไป ส่วนในเกมระดับชาติตัวเค้าเองนั้น เค้าอยู่ในยุคที่เสปนครองโลก ที่เค้าพาทีมคว้าแชมป์มาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการคว้าแชมป์ยุโรปปี 2008 และแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2010

ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดของเค้าเลยทีเดียว เพราะตัวเค้าถือได้ว่าเป็นกองกลางบัญชาเกม ทั้งรับและรุกที่ดีที่สุด ร่วมกับ อันเนียส อิเนสต้า และซาบี้ เฮอร์นันเดส ได้เป็นอย่างดี รวมถึงได้รับคำยกย่องว่า เป็นหนึ่งในนักเตะที่จ่ายบอลแม่นยำ ได้เป็นอันดับต้นๆ ของโลกฟุตบอลเลยทีเดียว

ตำนาน ดาวิด บีย่า

ตำนาน ดาวิด บีย่า

หากจะเอ่ยถึงกองหน้าใครสักคนของสเปนที่มีสถิติการยิงประตูที่สุดยอด ไม่ว่าจะย้ายไปเล่นกับสโมสรที่ยิ่งใหญ่หรือระดับกลางนั้น คงหนีไม่พ้นนักเตะที่มีชื่อว่า ดาวิด บีญ่า นักเตะทีมชาติสเปน ที่จัดอยู่ในยุคทองของทีมชาติเสปน ซี่งสไตล์ของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป แต่ ดาวิด บีญ่า นั้น ถือว่าเป็นกองหน้าที่ครบเครื่อง ซึ่งเก่งทั้งซ้ายและขวา รวมถึงการยิงประตูด้วยลูกโหม่ง

จนได้รับการขนานนามว่า จอมทะลวงประตูจากสเปน โดย ดาวิด บีญ่า

เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกกับสโมสรสปอตติ้ง กิฆอน อยู่สองฤดูกาลและซัดไปถึง สามสิบแปดประตู  จากนั้นได้ย้ายไปเล่นที่ รีลซาราโกซ่า และเป็นที่ที่ทำให้เค้าได้เล่น บนลีกสูงสุดของประเทศอย่างลาลีกาสเปน และเพียงแค่ฤดูกาลแรก ดาวิด บีญ่า ก็สร้างชื่อของตัวเองด้วยการทะลวงต่าข่ายประตูคู่แข่งไปถึง ยี่สิบเอ็ดประตู ก่อนจากจะจารึกผลงานประวัติศาสตร์ด้วยการพาสโมสรรีลซาราโกซ่า คว้าแชมป์โคปาเดยเรลได้ สามประตูต่อสอง และเป็นแชมป์เหนือสุดยอดทีมอย่างรีลมาดริด ซี่งถือว่าเป็นยุคของ กาลาติกอส ในยุคนั้น

ซึ่งใครจะเชื่อว่านั่นคือแชมป์ใบสุดท้ายของสโมสร ซาราโกซ่า จนถึงทุกวันนี้ เพราะจากนั้น ดาวิด บีญ่า ก็ติดทีมชาติเสปน และได้ย้ายไปอยู่ทีมที่ใหญ่กว่าอย่าง ทีมค้างคาว บาเลนเซีย ซึ่งถือว่า ดาวิด บีญ่า ไม่ทำผลงานให้แฟนบอลค้างคาวผิดหวัง เพราะตั้งแต่ บีญ่า ย้ายเข้ามาสู่สโมสรแห่งนี้ บาเลนเซีย กลายเป็นทีมที่น่ากลัว และสามารถเอาชนะทีมใหญ่ๆ

อย่างบาร์เซโลน่า และรีลมาดริด ได้ แถมความร้ายกาจของเค้ายังส่งผลให้เค้าไปลุยฟุตบอลโลกปี 2006 แถมยังยิงได้ถึงสามประตู ซึ่งฟอร์มอันโดดเด่นของเค้านั้นต่อเนื่องไปถึงปี 2008 ที่เค้าสามารถพาค้างคาวบาเลนเซีย คว้าแชมป์โคปปาเดย์เลย์ได้ จวบจนพาทีมชาติเสปนเถลิงบังลังค์ คว้าแชมป์ยูโรในรอบ 44 ปี อย่างยิ่งใหญ่ แถมยังคว้าดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ได้ด้วย ถึงขนาดทำให้ โยฮัน ครัพฟ์ อดีตยอดกุนซือของ 

บาร์เซโลน่า ต้องคว้ามารวมทีมด้วยค่าตัวสี่สิบล้านยูโร ซึ่งถือว่าแพงมากในยุคนั้นในปี 2010 ซึ่งก่อนการเริ่มต้นการบาร์เซโลน่าจะเริ่มขึ้น เค้าตอกย้ำให้แฟนบอลบาร์เซโลน่า รู้ว่าการซื้อเค้ามานั้น เค้าจะไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะเค้าพาทีมเสปน คว้าแชมป์โลกในปีนั้นได้สำเร็จ ซึ่งหลังจากเค้าย้ายมาบาร์เซโลน่านั้น เค้าก็คว้าแชมป์ได้อีกมากมายในสีเสื้อของบาร์เซโลน่า

ตำนาน ซีดาน

ตำนาน ซีดาน

หากจะตั้งคำถามว่า ใครคือนักเตะที่ดีที่สุดของทีมชาติฝรั่งเศส คำตอบนั้นคงไม่ยาก เพราะนั่น คือ มิเชล พลาตินี่

เจ้าชายของทีมชาติฝรั่งเศส และด้วยความเป็นผู้นำของเค้า รวมถึงเป็นกัปตันทีมยุคแชมป์ฟุตบอลยูโรปี 1984 จึงได้ทำให้เค้าถูกยกย่องว่าเค้าเป็นนักเตะที่ดีที่สุด แต่ถ้าถามว่าใครเป็นนักเตะที่เก่งที่สุด ต้องเป็นเค้าคนนี้เท่านั้น ซีเนอดีน ซีดาน ซึ่งถูกยกย่องว่า เป็นราชันย์ เหนือราชันย์ เลยทีเดียว 

ซีดาน มีพรสวรรค์ ในด้านการเลี้ยงบอล และการอ่านเกมที่ชาญฉลาด

รวมถึงการยิงประตูที่แม่นยำ ซึ่งเรียกว่ามีทุกอย่างที่ควรจะมีสำหรับนักเตะระดับโลก โดยซีดาน เริ่มเล่นฟุตบอลกับสโมสรคานส์ และบอร์โดซ์ ก่อนจะย้ายไปเล่นกับทีมยูเวนตุส ก่อนที่จะดังระเบิดกับแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกที่บ้านเกิดของตัวเอง ต่อด้วยการสานต่อความยอดเยี่ยม เค้าพาทีมชาติคว้าแชมป์ยุโรปในสองปีต่อมา ก่อนที่เค้าจะกลายเป็นนักเตะที่แพงที่สุดในโลกของยุคนั้น ด้วยการย้ายไปร่วมทีมราชันชุดขาวอย่างรีลมาดริด ก่อนที่เค้าจะร่ายมนต์พา รีลมาดริด เค้าแชมป์มากมาย และมีประตูสุดสำคัญที่เป็นที่จดจำอยู่ทุกวันนี้ด้วยประตู ฮาลฟ์วอลเล่ย์ ในนัดชิงแชมป์เปี้ยนลีก กับเลเวอร์คเซ่น พาทีมคว้าแชมป์จนได้

ในผลงานทีมชาติของเค้านั้นเหมือนเรื่องดราม่าและหนังชีวิตนั้น เพราะด้วยปี 1998 นั้น ซีดาน รับบทเป็นจอมทัพหมายเลขสิบ ในบ้านเกิดของตัวเอง พาทีมเอาชนะคู่แข่งจนมาถึงรอบชิงพบกับแชมป์เก่าบราซิล ซึ่งต้องบอกว่ายุคนั้นคือยุคทองของทีมชาติบราซิลเลยทีเดียว

เพราะตอนนั้น บราซิล มีจอมทะลวงประตูอย่าง โรนัลโด้ แต่ซีดาน ก็พาเพื่อนของเค้าหักปากกาเซียนทั่วโลก ด้วยการพาฝรั่งเศส ถล่ม บราซิลไปได้ขาดลอย 3-0 แถมยังเป็นคนทำประตูอีกสองประตูในนัดนี้ด้วย พอมาถึงปี 2002 กับฟุตบอลโลกครั้งที่สองของ ซีดาน เค้าติดทีมชาติชุดนี้มาลุยศึกฟุตบอลโลกด้วยอาการบาดเจ็บ ทำให้สองนัดแรกนั้น เค้าพลาดการลงสนาม จนทำให้นัดสุดท้ายหนทางเข้ารอบของฝรั่งเศสนั้น ต้องชนะสถานเดียว เค้าจึงจำเป็นต้องกัดฟันเล่นลงสนามในนัดนั้น แต่เค้าก็ไม่อาจช่วยเหลือทีมชาติได้จนทำให้แชมป์เก่าอย่างฝรั่งเศส

ต้องตกรอบแรกไปแบบช็อคโลก พอมาปี 2006 ฟุตโลกที่เยอรมัน ซีดานได้ประกาศแล้วว่านี่คือบอลโลกครั้งสุดท้ายของเค้า และเค้าก็ได้สร้างเวทมนต์ พาทีมทะลุเข้าชิงอีกครั้งไปเจอกับอิตาลี แต่แล้วเหมือนหนังชีวิต ซึ่งทุกอย่างน่าจะปิดฉากอย่างสวยหรูของเค้า ด้วยตัวเค้าเป็นคนยิงประตูขึ้นนำ 1-0 แต่เหตุการณ์ดราม่าก็เกิดขึ้น เหมือนซีดาน ได้โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม จนทำให้ทีมโดนตีเสมอและเป็นฝ่ายพ่ายจุดโทษไป จนทำให้ทุกวันนี้เหตุการณ์ครั้งนี้ ซีดานยังคงเสียใจ และอยากจะกลับแก้ไขอีกครั้ง

สุดยอดกัปตันทีม พาทริค วิเอวร่า

สุดยอดกัปตันทีม พาทริค วิเอวร่า

ในทีมฟุตบอล หากคุณมีกัปตันที่ดีนั้น ทีมของคุณมักจะไปได้ไกลและได้เปรียบทีมของคู่ต่อสู้ เพราะตำแหน่งนี้ จะคอยเป็นเหมือนอาวุธที่คอยปกป้องยามคุณเพลี่ยงพล้ำ และที่สำคัญจะเป็นเหมือนพลังที่คอยปลุกเร้ายามที่คุณต้องสู้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เช่นกันสโมสรใหญ่ๆ อย่างเช่น อาร์เซนอล ก็จะมีกัปตันระดับตำนานนั่นก็คือ ปาทริค วิเอร่า ที่ถูกยกให้เป็นต้นแบบของคำว่ากัปตันทีม เพราะอาร์เซน่อลในยุคนั้น ถือว่าเกรียงไกร และสุดยอดเอามาก ๆ ภายใต้การนำทีมลงสนามของ 

ปาทริค วิเอร่า โดยเจ้าตัวนั้นได้เริ่มต้นการค้าแข้งกับทีมยักษ์ใหญ่อย่างเอซีมิลาน

แต่หนทางก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะ วิเอร่า เองนั้น มักจะถูกจับนั่งเป็นสำรองอยู่บ่อยๆ จนในปี 1996 วิเอร่า ได้รับข้อเสนอมากมาย ซึ่งเวลานั้น วิเอร่า เกือบจะย้ายไปอยู่ อาแจ๊กซ์ อัมเตอร์ดัม แล้ว แต่แล้ว ด้วยบารมีของเวนเกอร์ ทำให้ วิเอวร่า ตกลงปลงใจ มาสู่รังปืนใหญ่ ทั้งๆ ที่ตอนนั้น เวนเกอร์ ยังไม่ได้มาคุมทีมปืนใหญ่เสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่ทั้งคู่ได้เคยรู้จักกันมาก่อน และมีการคุยกันอยู่เสมอว่า วันหนึ่ง เวนเกอร์ จะไปคุมทีมปืนใหญ่ นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ วิเอร่า ตัดสินใจไม่ไปอาแจ๊กซ์ แล้วย้ายข้ามฝากมาอยู่เกาะอังกฤษแทน

ซึ่งที่นี่ ทำให้เค้าได้มีโอกาสล่งเล่น เพื่อที่จะได้มีโอกาสติดทีมชาติลุยฟุตบอลโลกปี 1998 ที่บ้านเกิด แล้วที่นี่ก็ทำให้ความฝันเค้าเป็นจริง เค้าติดทีมชาติฝรั่งเศส และก็คว้าแชมป์โลกได้เป็นที่สุด ถึงแม้ว่าชุดนั้นเค้าจะไม่ได้เป็นตัวหลักซะทีเดียว โดยจุดเด่นของ วิเอวร่า นั้น

อยู่ที่ความแข็งแกร่ง และความชาญฉลาดในการเล่น ซึ่งฉายแววความเป็นผู้นำตั้งแต่ยุคสมัยที่อาร์เซนอล ยังมีกัปตันทีมอย่างโทนี่ อดัมส์ อยู่ แต่ด้วยความเป็นผู้นำ และมีทัศนคติที่ดีเยี่ยม หลังจากหมดยุคของ โทนี่ อดัมส์ แล้ว ทางเวนเกอร์ จึงได้มอบตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ให้กับ ปาทริค วิเอวร่า รับสานต่อ ซึ่งนั่นก็ทำให้ทุกคนไม่ผิดหวัง

เพราะความเป็นผู้นำและทัศนคติที่ยอดเยี่ยม รวมกับฝีมือของเค้า ทำให้อาร์เซน่อล กลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จในยุคนั้น ซึ่งหลายๆนัดที่ ทีมปืนใหญ่ อยู่ในสถานการณ์ที่โดนคู่แข่งนำ นั้น  วิเอวร่า มักจะเป็นกัปตันที่คอยปลุกเร้าเพื่อนร่วมทีมให้รวมพลังกลับมาสู้ต่ออย่างเสมอ ซึ่งด้วยคาแรกเตอร์ที่เค้าเป็นคนไม่ยอมแพ้อยู่แล้วนั้น เราจึงมักเห็นอาร์เซนอลในยุคที่มี วิเอวร่าเป็นกัปตันทีม มักจะกลับมาพลิกชนะหลังจากที่โดนคู่แข่งนำ บ่อยๆอยู่เสมอ

เจ็ดแข้งเชลซีที่มีโอกาศโดนขาย

เจ็ดแข้งเชลซีที่มีโอกาศโดนขาย

ในโลกของฟุตบอล เมื่อสโมสรใดมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้จัดการทีมนั้น นั่นหมายความว่าทีมนั่นต้องมีการเปลี่ยนแปลง

แท๊กติกการเล่นอย่างแน่นอน และที่สำคัญผู้จัดการทีมคนใหม่ ก็จะมาพร้อมกับงบก้อนโตจากประธานสโมสร ที่เหมือนเป็นคำมั่นสัญญาว่า ถ้านายมาคุมทีมให้ฉัน ฉันจะให้งบนายในการซื้อตัวผู้เล่นที่ได้อยากได้ และนับตั้งแต่เชลซี เปลี่ยนผู้จัดการทีม เป็น แฟร้งค์ แลมพาร์ด การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างก็เริ่มขึ้น

เพียงแต่ว่าอาจจะช้ากว่าทีมอื่นๆ เนื่องจากเชลซีในยุคของแลมพาร์ด โดนกฎจากยูฟ่า ห้ามซื้อตัวผู้เล่นในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ซัมเมอร์นี้ กฎนั้นกำลังจะหมดลง นั่นหมายความว่า เชลซี จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงนักเตะอย่างแน่นอน แต่เมื่อคุณต้องการนักเตะใหม่ คุณจำเป็นที่ต้องโละนักเตะเก่าออกก่อน และใครจะเป็นคนนั้น เรามาดูกันว่าจะมีใครบ้าง

คนแรก มิซี่ล บาสซูยี่ นักเตะกองหน้าจากเบลเยี่ยม อยู่เชลซีมาสามปี แต่ผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน สองปีแรก ต้องระเห็จระเหินไปเล่นกับทีมอื่นในฐานะนักเตะยืมตัว พอแลมพาร์ด เข้ามาคุมทีม เรียกตัวกลับมา แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ จนกลายเป็นตัวสำรองของ อัมบราฮัม เท่านั้น

คนที่สอง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นักเตะที่ถูกลืม เพราะแลมพาร์ด แทบไม่เคยเห็นเค้าอยู่ในสายตา และเค้าเป็นเพียงแค่ตัวเลือกต่อ จากบาสซูยี่ เสียด้วยซ้ำ ดังนั้นซัมเมอร์นี้ ได้ย้ายออกแน่ๆ แถมล่าสุดมีข่าวแว่ว ออกมาว่าน่าจะย้ายกลับไปที่ฝรั่งเศส ทีมใดทีมหนึ่ง

คนที่สาม เกป้า อาซาบาราก้า เจ็ดสิบเอ็ดล้านจากทีมแอตลิติก บิลเบา ตอนนี้หล่นหายไปกับตา เพราะตอนย้ายมาปีแรกนั้น ฟอร์มเหนียวใช้ได้ แต่ปีนี้ไม่รู้เป็นอะไร ฟอร์มหลุดอย่างน่าใจหาย จนทำให้ แลมพาร์ด ถึงกับปลดไปเป็นมือสอง ต่อจาก วิลลี่ กาบายาโร่ ซะแล้ว

คนที่สี่ เคริก์ ซูม่า สมัยมูรินโญ่คุมทีม เคริก์ ซูม่า ขึ้นหม้อมาก แต่ไม่ใช่กับแลมพาร์ด เพราะแลมพาร์ด ชื่นชอบในการใช้ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ยืนคู่กับ คริสเตียเซ่น มากกว่า จนตอนนี้ เคริก์ ซูม่า แทบจะใส่สนับติดก้นม้านั่งสำรองซะแล้ว

คนที่ห้า มาร์กอส อลอนโซ่ แบ๊กซ้ายที่เด่นที่สุดในยุคของคอนเต้ จริงๆ แต่ด้วยความที่ชอบเล่นเกมรุก จนลืมระวังหลัง เลยทำเสียประตูบ่อย ๆ จึงมีข่าวว่า เค้าน่าจะโดนขายออกซัมเมอร์นี้

คนที่หก เปรโด โรดิงเกส ตอนนี้ตกเป็นตัวสำรองของ ฮัดสัน โอดอย กับวิลเลี่ยม ด้วยความที่อายุปาเข้าไป 34 แล้ว น่าจะเป็นทางออกที่ดีในการย้ายทีม หากเปโดร ยังหวังจะได้เล่นฟุตบอลอีก

คนสุดท้าย รอส บาร์คลี่ย จริงๆแล้ว แฟรงค์ แลมพาร์ด ชอบนักเตะคนนี้ มากๆ แต่ปัจจุบัน ด้วยความที่ กองกลางเชลซี ค่อนข้างลงตัวอยู่แล้ว โดยมี ก้องเต้ วิ่งไล่บอล และขนาบข้างในการทำเกม คู่กับ จอร์จินโญ่ กับ โควาซิ จึงไม่เหลือทีว่างสำหรับ บาร์คลี่ย์ อีกต่อไป

ลองมาซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ ว่าจะมีใครรอดอยู่ที่เชลซีบ้าง

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสันที่กำลังมาแรงในตอนนี้

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสันที่กำลังมาแรงในตอนนี้

โรเบิร์ตสัน ถือได้ว่าเป็นนักเตะตั้งแต่สมัยเด็ก

ซึ่งเขานั้นก็มีความหวังอย่างเช่นคนอื่นๆ แต่ความเก่งของเขานั้นก็ไม่เข้าตาใครเลย ซึ่งมีอยู่ในช่วงวัยเด็กช่วงหนึ่งที่เขานั้นได้ไปเตะให้กับทีมของโรงเรียน แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเก่งเพราะในสายตาของนักฟุตบอลที่เป็นมืออาชีพนั้นเขามองว่าเป็นเด็กที่ธรรมดาไม่ค่อยจะโดเด่นอะไรมากนัก

ที่โรงเรียนนั้นเขาคอยบังชาการด้วยตนเอง แต่กับที่เซลติกคับซึ่งทางโคทเยาวชนของทีมนั้นมองว่าโรเบิร์ตสันนั้นไมม่ได้มีเซ้นในการคุมจังหวะของเกมเลย แต่เขาจะมีจุดเด่นคือมีความเร็วเยอะ และมีความอดทนสูง ดังนั้นโคทจึงได้จับโรเบิร์ตสันไปอยู่ที่ริมฝั่งซ้ายแทน จะเห็นได้ว่าโรเบิร์ตสันนั้นเขาไม่เคยที่จะยืนเส้นในฝั่งซ้ายมาก่อนก็เลยต้องใช้เวลาในการเรียนรู้พักใหญ่แต่อะไรๆก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย แถมฟร์อมก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ แถมร่างกายของเขานั้นเรียกได้ว่าตัวเล็กกว่าเด็กที่เป็นวัยเดียวกันต่างหาก

นั้นจึงทำให้ในปี 2009 นั้นโรเบิร์ตสันจึงโดนทางเซลติกปล่อยทิ้ง ซึ่งเขาโดนมองว่าเขาไม่ดีพอดังนั้นเขาจึงปิดฉากกับเซลติกเพียงเท่านี้และก็จบเลย ง่ายๆแบบนี้นี่เอง

โรเบิร์ตสันได้ออกมาให้สัมพาทว่ามันเป็นความรู้สึกที่แย่มากๆเลยสำหรับการที่เขานั้นจะต้องกลับมาบอกทุกคนไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่และแม้แต่เพื่อนๆของเขาว่าผมโดนทีมของเซลติกโล๊ะทิ้ง มันเป็นความเจ็บปวดและทีมนั้นถือได้ว่าเป็นทีมสโมสรที่เขานั้นเชียร์มาตั้งแต่เขายังเด็กอยู่ ซึ่งเรานั้นก็เข้าใจโรเบิร์ตสันอยู่นะว่าเพราะถ้าเป็นคุณชอบที่ไหนตั้งแต่เด็กคุณก็จะอยากเล่นอยู่กับทีมนั้นและสุดท้ายโดยปล่อยทิ้งแบบนี้มันก็เฟลคับ

แต่ว่านั้นก็แสดงออกคับว่าโรเบิร์ตสันอาจจะหมดโอกาสในการเล่นกับทีมของเซลติกที่เขานั้นรักแล้วนะคับ

หลังจาดที่เขานั้นโดนเซลติกปล่อยมาเขาก็จมอยู่กับความเศร้าสักพักใหญ่เลยคับแต่ด้วยเขานั้นทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่ตั้งใจเล่นฟุตบอลที่โรงเรียนของตนเองเพียงเท่านั้นและระหว่างนั้นคุณพอพยายามที่จะไปหาอะคาเดมี่ของสโมสรอื่นๆที่อยู่ในสก็อตแลนเพื่อให้โรเบิร์ตสันเข้าไปอยู่ ก็ยังหวังอยู่นะคับว่าการเป็นเส้นทางของนักเตะอาชีพนี้คือยังไม่ได้ตัดขาดไปเพราะเซลติกนั้นไม่ได้เซ็นสัญญากับเขานั้น

ฉายา โจอี้ บาร์ตัน อันตพาลลูกหนังที่ไร้ขอบเขต

ฉายา โจอี้ บาร์ตัน อันตพาลลูกหนังที่ไร้ขอบเขต

เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการทำให้ดังมากหากเอ่ยชื่อของ โจอี้บาร์ตันขึ้นมาเชื่อว่าสำหรับทุกคนแล้วนั้นจะต้องร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า อ๋อ ไม่เช่นนั้นก็ต้องร้องบอกว่า ยี๊ กันบ้างแหละ เนื่องจากเขาผู้นี้ทำให้ใครต่อใครจดจำได้ถึงการกระทำของเขาได้อย่างแน่นอนเพราะการทำตนเองด้วยพฤติกรรมความดื้อรั้นของเขานั้นเรียกว่าเป็นความเกรียนของเขามากเลยนะ ซึ่งจะทำให้เจ้าตัวต้องมีการเดินทางไปหาทีมใหม่บ่อยครั้ง เนื่องจากการมีพฤติกรรมเหล่านี้หากไม่แย่นักเขาก็จะเป็นนักเตะที่ดีคนหนึ่งเลยแหละเพราะผลงานของเขาก็ไม่ได้ขี้เหล่อะไรสักเท่าไหร่

เราจะมาพูดถึงเขากันว่าเขามีอะไรบ้าง

โจอี้ บาร์ตัน เติบโตมาภายในอะเคเดอะมี่ของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และทำผลงานด้วยการโชว์ผลงานเด่นๆหลายอย่างเลยได้เข้ามาเล่นกับทีมใหญ่ๆซึ่งต้องยอมรับเลยว่าเขานั้นได้เป็นตัวหลีกในการเล่นของทีมเลยแหละและเขาก็ได้เตะเป็นตำแหน่งกองกกลางและทำผลงานในตำแหน่งของตนได้เป็นอย่างดีและมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ และในปี 2003-2004 เขานั้นได้รับการโหวตเป็น ดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีด้วยนะ

สำหรับชีวิตของเขาในตอนนั้นกำลังถือว่าไปได้ดีอยู่นะแต่ทว่าดันมีเรื่องราวขึ้นมาจนต้องโดนขายให้ทีม นิวคาสเซิ่ลในปี 2007 เพราะว่า บาร์ตัน เขานั้นได้ไปทำร้ายรุนแรงกับเพื่อนร่วมทีมอย่างอัสมาน ดาโบ้ ในสนามซ้อม ซึ่งยังเอาขี้บุหรี่ดีดใส่ตาของนักเตะทีมเยาวชนอีกด้วยดังนั้นเขาจึงถูกศาลตัดสินให้ติดคุกเป็นเวลา 77 วันจากกรณีทำร้ายร่างกาย หลังจากนั้นพอย้ายมาอยู่กับทีม นิวคาสเซิล ในปี 2007หลังจากนั้นก็ได้มีปัญหากับผู้จัดการทีมซึ่งเป็นตำนานสโมสรอย่าง อลัน เชียเรอร์จนทีมต้องตอกชั้นลงไปเล่นในลีคแชมเปียน ชิพ แต่ในฤดูกาลต่อมาบาร์ตันมีส่วนช่วยให้ นิวคาสเซิลได้เลื่อนชั้นกลับขึ้นมาเล่น พรีเมียร์ลีคอีกครั้ง

ซึ่งต่อมาเจ้าตัวก็ดันสร้างปัญหาขึ้นมาอีกจนได้ซึ่งเขาโดนจับภาพไว้ได้ว่าเขานั้นไปทำร้ายร่างกายและเป็นการอาระวาดหน้าร้านแม็คโดนัลในเมืองลิเวอร์พลูอีก โดนทีมนิวคาสเซิ่งสั่งปรับค่าเหนื่อยไปเยอะอยู่เหมือนกัน ในปี 2010 หลังจากนั้นก็ย้ายไปเล่นให้กับอีกหลายต่อหลายทีมทั้ง ควีนพาร์ค มาร์เซย เบิร์นลีย์ จนกระทั่ง แขวนสตั้ดในปี 2017ซึ่งเป็นเหตุให้ในปีล่าสุด โจอี้ บาร์ตัน เข้าเป็นผู้จัดการทีมอย่าง ฟลีทวูด ทาวน์ ในลีค วัน ซึ่งเขานั้นก็มีรายงานว่า บาร์ตัน ไปก่อเหตุทะเลาะวิวาทอีกขณะที่เขากำลังเดินกลับเข้าอุโมงค์เพื่อเข้าไปสู่ห้องแต่งตัวหลังจบเกมส์กับ บาร์นสลี่ย์ เมื่อเดือน เมษ.62

กีฬาบอลไทย

กีฬาบอลไทย

เรื่องราวเกี่ยวกับกีฬาบอลไทยมีดังนี้

ถ้าหากถามคำถามว่า กีฬาประเภทใดที่กำลังเป็นที่สนมจิตใจของชาวไทยเดี๋ยวนี้ คนจำนวนไม่น้อยอาจจะตอบได้โดยทันทีว่า กีฬาบอลของไทยนั้น กำลังเป็นกระแสที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่งในตอนข่าวที่เกี่ยวกับกีฬาในขณะนี้ เพราะการตัดสินใจที่จะลาออกจากการเป็นผู้ฝึกสอนกลุ่มชาติไทยของผู้ฝึกสอนสิเก๋นั่นเอง แน่ๆว่าพวกเราอาจไม่มีจังหวะได้มองเห็นสิโก้เก๋ยืนคุมนักกีฬากลุ่มชาติไทยอยู่ข้างสนามกีฬาบอลอีกแล้ว แม้กระนั้นพวกเราก็ยังหวังว่าวันใดวันหนึ่งพวกเราอาจจะได้โอกาสได้มองเห็นการกลับมาของผู้ฝึกสอนฝีมือยอดเยี่ยมคนนี้อีกที

สำหรับกระแสสังคมรวมทั้งการตอบกลับสำหรับการตกลงใจคราวนี้ของเขาจะเป็นที่คัดค้านกันและก็ถูกแบ่งได้หลายๆข้าง แม้กระนั้นเขาก็ได้ยุยงตบทบาทในด้านการควบคุมกลุ่มบอลไทยไปเป็นที่เป็นระเบียบแล้ว สำหรับคนที่อยู่รอบข้างของฉัน จากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น หลายท่านพูดว่าจะเลิกมองบอลไทยแล้วรวมทั้งจะไม่ติดตามและรอเชียร์ตามเดิมทำมา หลายท่านคิดว่า 

ถัดไปกกีฬาบอลไทยอาจกลับไปเป็นภาวะเดิม เป็นนักบอลไทยเล่นได้ไม่ดี มีเรื่องมีราวต่อยและไม่มีความเป็นนักกีฬาอย่างเดี๋ยวนี้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคิดว่าการแพ้ที่เกิดขึ้นนั้น นักกีฬาไทยมิได้เล่นห่วยรวมทั้งการเล่นของกลุ่มชาติไทยรวมถึงการวางเกมของสิโก้เก๋ก็มิได้นับว่าล้มเหลวอะไร เพียงแต่ความพร้อมเพรียงและก็ประสบการณ์ของแต่ละกลุ่มที่พวกเราพบนั้น เขามีมากยิ่งกว่าพวกเราเพียงเท่านั้น รวมทั้งการที่บอลไทยสามารถเข้าไปถึงในจุดนั้นได้ ก็จัดว่าประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่งเยอะพอสมควร

แม้กระนั้นหลายท่านก็สารภาพมิได้แล้วก็คิดว่าเป็นความไม่ถูกของเขาเสียหมด ดูเพียงแค่ว่าพวกเราควรชนะ ดูเพียงแค่ว่าเขาทำผิดพลาด แต่ว่าเริ่มดูไปว่า การเล่นในบ้านของคู่แข่งนั้น ขวัญรวมทั้งแรงใจ รวมถึงแรงกดดันย่อมมีมากมายว่า และก็ด้วยสภาพภูมิอากาศที่ไม่เหมือนกัน การปรับตัวละสมรรถนะของนักกีฬาก็เป็นเรื่องสำคัญ การขาดผ็เล่นที่มีความสามารถ มีความรู้และความเข้าใจและก็มีความเที่ยงตรงสำหรับเพื่อการทำประตู้นั้นก็เป็นสิ่งที่นักกีฬาไทยนั้นในวันนั้นขาดด้วยเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นการดูกีฬา พวกเราควรจะดูอย่างเป็นกลาง

 ทราบแพ้ ทราบชนะ รวมทั้งรู้เรื่องรวมทั้งให้กำลังใจนักกีฬากลุ่มชาติของตนเอง ถึงแม้เขาจะแพ้และไม่สามารถสร้างชื่อให้กับประเทศพวกเราได้ แม้กระนั้นการที่เขาเอากาย เอาอกเอาใจ ลงไปแข่งกับกลุ่มใหญ่ๆให้มองเห็นถึงความเพียรพยายามและก็ความรู้ความเข้าใจของชาวไทยนั้น ก็นับได้ว่าเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วอย่างหนึ่ง

Theme: Overlay by Kaira Extra Text
Cape Town, South Africa